ตามหา นักคิด

thinker

สแตนฟอร์ด (Stanford University) เป็นมหาวิทยาลัยเอกชนที่มีชื่อเสียงของสหรัฐอเมริกา อยู่ห่างจากซานฟานซิสโก ลงมาทางใต้ประมาณ 60 กิโลเมตร หากจัดลำดับน่าจะไม่เกินอันดับสามของโลก เมื่อพูดถึงสแตนฟอร์ดหลายคนจะบอกเป็นมหาวิทยาลัยที่สวยงาม บางคนบอกเป็นมหาวิทยาลัยของคนรวย แต่ที่แน่ๆเป็นมหาวิทยาลัยที่เข้ายาก มีอัตราการรับแค่ร้อยละ 4.8 (ข้อมูลปี 2559) และยังเป็นมหาวิทยาลัยที่มีศิษย์เก่าที่มีชื่อเสียงระดับโลกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นประธานาธิบดี จอห์น เอฟ เคนเนดี้ ประธานาธิบดี เฮอร์เบิร์ต ฮูเวอร์ เป็นแหล่งเพาะผู้ประกอบการธุรกิจยุคใหม่ที่มีชื่อเสียงมากมาย ไม่ว่าจะเป็นผู้ก่อตั้ง ยาฮู กูเกิล ไนกี้ เฮชพี

ไม่น่าเชื่อว่า มหาวิทยาลัยนี้ จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรมท่องเที่ยว ในแต่ละวันเราจะเห็นกลุ่มนักท่องเที่ยว สะพายกล้อง เดินเป็นกลุ่ม มีไกด์ทัวร์พาชมสถานที่สำคัญในมหาวิทยาลัยที่มีประวัติ 127 ปี (ก่อตั้ง ค.ศ.1891 หรือ พ.ศ.2434) แห่งนี้ ทำให้เราแปลกใจว่า ทำไมบ้านเราไม่เห็นมีโปรแกรมเที่ยวชมจุฬาลงกรณ์ หรือ ธรรมศาสตร์ เลย ทั้งๆที่ก่อตั้งหลังแค่ไม่กี่สิบปี (จุฬา ก่อตั้ง พ.ศ.2460 ธรรมศาสตร์ ก่อตั้ง พ.ศ.2477)

อาคารต่างๆในมหาวิทยาลัยก็ดูเหมือนใหม่ แม้กลุ่มอาคารเก่าสุดที่เรียกว่า Main Quad ก็ดูใหม่มาก ไม่เหมือนกับที่บอกว่าสร้างมา 127 ปี มาทราบว่า สร้างใหม่หลายรอบ เนื่องจากแผ่นดินไหวสองครั้งเมื่อ ค.ศ.1906 และ 1989 แต่แม้จะปรับปรุงใหม่ เขาก็บอกว่ายังคงสถาปัตย์กรรมดั้งเดิมตั้งแต่แรกสร้าง

ในส่วนของอาคารหลักนี้ เราเห็นกลุ่มของรูปปั้นจำลอง (sculptures) จำนวน 6 ตัว ฝีมือของศิลปินโรแดง (Rodin) ผู้มีชื่อเสียงของฝรั่งเศส ที่ชื่อ “ชาวเมืองแห่งคาเลส์” (The Burghers of Calais) ยืนทนทุกข์ทรมานรอนักท่องเที่ยวให้มาทำท่าทางเลียนแบบเพื่อถ่ายภาพประกอบ ทำให้เราใคร่รู้ว่าใยชาวเมืองต้องเจ็บปวด จากไปอ่านเพิ่มเติมจึงรู้ว่า คนเหล่านี้คือผู้นำของประชาชนในเมืองคาเลส์ เมืองท่าของฝรั่งเศสตรงช่องแคบอังกฤษ ในวันที่กษัตริย์เอดเวิร์ดที่สามแห่งอังกฤษ ยื่นคำขาดให้ชาวเมืองยอมจำนน จะไว้ชีวิตชาวเมืองทั้งหมดหากผู้นำหกคนยอมให้ประหารแทน ภาพปั้นของชาวเมืองแห่งคาเลส์ จึงเป็นเหมือนภาพผู้นำหกคนของเมืองที่เสียสละ ยอมตายเพื่อรักษาประชาชนให้อยู่รอด

ถัดจาก กลุ่มอาคาร Main Quad ขึ้นไปทางเหนือเล็กน้อย ก็จะเจอเจอกลุ่มงานศิลปะของโรแดง อีกจำนวนหนึ่ง ตั้งอยู่กลางแจ้งในสวนงานศิลปะรูปปั้นของโรแดง (Rodin Sculpture Garden) ชิ้นงานจำลองขนาดเท่าของจริงที่โดดเด่นที่สุด คือ งานศิลปะที่ชื่อ “ประตูนรก” (Gate of Hell) ของโรแดง ขนาดกว้าง 4 เมตร สูง 6 เมตร ลึก 1 เมตร ประกอบด้วยปฏิมากรรมชิ้นย่อยๆจำนวน 180 ชิ้น โดยหลายชิ้นได้ถูกนำมาปั้นแยกทำซ้ำ ในขนาดที่แตกต่างกัน บางชิ้นก็กลายเป็นงานชิ้นสำคัญของโรแดงในภายหลัง เช่น รูปปั้น “นักคิด” (The Thinker) รูปปั้น “จูบ” (The Kiss) ของคู่รักที่จุมพิตกันกันอย่างดูดดื่ม หรือ รูปปั้น “สามอารมณ์” (The Three Shades) ที่ดูแล้วยังงงๆว่าอารมณ์ไหนบ้าง

“นักคิด” นั่งครุ่นคิดอยู่ในกรอบด้านบนของประตูนรก ทำให้เราสงสัยยิ่งว่าเขากำลังคิดอะไร คิดถึงความเป็นไปของบ้านเมือง คิดเรื่องอนาคตตนเอง แต่คงไม่ได้คิดอยากเลือกตั้ง รูปปั้นของ”นักคิด”นี้ ดูเหมือนเป็นที่รู้จักค้นเคยไปทั่ว ทั้งเป็นภาพประกอบ ภาพล้อเลียน ภาพโฆษณาสินค้า นักคิด นักปรัชญา นักวิชาการ ทั่วโลก ชอบจะมีรูปปั้น “นักคิด”ไว้ในที่ทำงาน แสดงท่าของการครุ่นคิดหาคำตอบ เหมือนกับว่า อยากให้ “นักคิด”มาช่วยคิด เวลาคิดเขียนงานไม่ออกอย่างไรอย่างนั้น

จริงๆแล้ว ภาพ “นักคิด” คนนี้ คือ ดันเต (Dante) กวี นักประพันธ์ชาวอิตาลีในยุคกลาง ที่โรแดงได้แรงบันดาลใจจากผลงานกวีนิพนธ์ Devine Comedy ที่กล่าวถึงการเดินทางไปยังไตรภูมิ ที่ประกอบด้วยนรก สวรรค์ และ แดนชำระ โดยในภาคแรกที่เกี่ยวกับนรก (inferno) กลายเป็นที่มาของหนังสือและภาพยนตร์ที่ศาสตราจารย์แลงดอน (ทอม แฮงค์) ต้องไปพัวพันเกี่ยวข้องเพื่อไขปริศนาตามสไตล์ของนักประพันธ์ แดน บราวน์ ที่ฮอลลีวู้ดไปสร้างหนังทีไร ต้องทำให้เราต้องเสียเงินไปดูทุกตอน นับแต่ Davinci’s Code , Angles & Demon มาจนถึง Inferno สู่นรกภูมิในเรื่องหลังสุดนี้

ดันเต นั่งครุ่นคิดถึงความทุกข์ทรมานของผู้คนต่างๆ ที่ผ่านเข้าสู่ประตูนรก เนื่องจากการทำบาปกรรมทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นคู่รักระหว่างหญิงที่แต่งงานแล้วกับน้องชายสามีที่จุมพิตกันอย่างดูดดื่ม ในรูป “The kiss” และจบด้วยโศกนาฏกรรม บาปกรรมของผู้กอบโกย ฉ้อฉล ใช้อำนาจในทางมิชอบ บาปกรรมของผู้เข่นฆ่าทำลายล้างชีวิตผู้อื่นหรือแม้กระทั่งผู้ที่ฆ่าตนเอง บาปกรรมเหล่านี้ต้องได้รับโทษในนรกภูมิต่างๆ 9 นรกภูมิแล้วแต่ระดับความผิดมากน้อย

The Thinker “นักคิด” คนดังกล่าวได้นั่งครุ่นคิดมาเป็นศตวรรษ จนเลื่องชื่อมีแบบจำลองต่างๆที่ได้รับการอนุญาตสร้างจากพิพิธภัณฑ์โรแดงในฝรั่งเศส ไปตั้งไว้ในสถานที่ต่างๆ ประมาณ 50 ชิ้น เช่น ในพิพิธภัณฑ์ Metropolitan ที่นิวยอร์ค Legion of Honor ในซานฟรานซิสโก และตามพิพิธภัณฑ์สำคัญในประเทศต่างๆทั่วโลกอีกเป็นจำนวนมาก

เดินเข้าไปในโถงกลาง ของพิพิธภัณฑ์แห่งมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ยังเห็น “นักคิด” ตัวใหญ่ นั่งครุ่นคิดตลอดวันและคืนไม่มีหยุดพัก

ทำให้นึกถึง วาทะสำคัญของเดสการ์ตส์ (Descartes) นักปรัชญาชาวฝรั่งเศส “I think therefore I am”

“ฉันคิด ดังนั้น จึงมีฉันอยู่”

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s