ดอกไม้แห่งสีสัน มหัศจรรย์แห่งผู้คน

ต้นเมษายน  2550  ผมได้มีโอกาสไปโตเกียวอีกรอบด้วยเหตุผลทางครอบครัว  เนื่องจากลูกชายอยากไปใช้ชีวิตช่วงปิดเทอมรับใช้ศาสนา  ในฐานะลูกศิษย์วัดของวัดไทยในญี่ปุ่น

ช่างโชคดีที่จังหวะและโอกาสอำนวย  เป็นจังหวะที่โตเกียวตรงกับหน้าซากุระบาน  ซึ่งหนึ่งปีจะมีช่วงเวลาให้เห็นได้ประมาณ 7-10 วัน        ปีนี้ค่อนข้างบานเร็วกว่าปีก่อนๆ    โดยคนในโตเกียวให้เหตุผลว่าปีนี้หน้าหนาวหนาวน้อยกว่าปีที่ผ่านมาเลยให้ทำให้ซากุระบานเร็ว    ใครที่ตีตั๋วทัวร์ว่าจะไปดูช่วงต้นหรือกลางเมษา  ก็อาจจะผิดคิว  ในขณะที่ผมไม่มีคิวจะไปดู  แต่กลับโชคดีอย่างยิ่งที่ได้เห็น

ซากุระ (Sakura หรือ Cherry Blossom)  เป็นดอกไม้ประจำชาติของญี่ปุ่น  สีขาวอมชมพู   ความสวยงามที่เห็นคือ ยามผลิดอก  ก็ออกบานให้เห็นชมพูขาวสะพรั่งเต็มต้น  ไม่มีสีเขียวของใบไม้สอดแทรกให้เห็น  เมื่อยามร่วง ก็ร่วงพร้อมกันหมดต้น  ดังนั้นคนที่จะเห็นซากุระบาน  ก็จะเห็นต้นไม้ที่มีแต่ดอกสวยงามเต็มต้น    หรือคนที่ไปไม่ทันช่วงเวลาผลิบาน  ก็จะเห็นเหลือเพียงลำต้นและกิ่งก้านก่อนที่จะผลิใบใหม่เท่านั้น   ด้วยคุณสมบัติเช่นนี้   จึงมีผู้เปรียบเปรยว่า   ทหารญี่ปุ่นนักรบเลือดซามูไร  มีความกล้าหาญ  กล้าร่วงกล้าตายพร้อมกันเหมือนดอกซากุระ

ช่วงดอกซากุระบาน  จะเป็นช่วงแห่งความสุขของคนญี่ปุ่น   คนนับหมื่นจะหอบลูกจูงหลานมาเดินเล่นกันในสวนสาธารณะ  เรียกว่าเป็นเทศกาลฮานามิ (Hanami) หรือแปลเป็นไทยว่าเทศกาลรื่นรมย์ชมดอกไม้  (Flower viewing festival)  ความสุขที่สุดคือมานั่งทานข้าว  หรือทานกับแกล้มสาเกกันในหมู่ญาติหรือมิตรสหายใต้ต้นซากุระที่บานสะพรั่งนับพันต้นในสวนสาธารณะซึ่งมีทั่วไปในญี่ปุ่นแทบจะในทุกเมืองสำคัญ  และหากมีกลีบดอกเล็กๆร่วงลงมาใส่จอกสาเกสักกลีบ  นั่นคือความสุขสุดยอดที่จะมีได้ในชีวิตของแต่ละปี

สวนสาธารณะที่ผมไปดู ชื่อสวนอูเอโนะ (Ueno)  อยู่ทางตอนเหนือของกรุงโตเกียว   เป็นชุมทางรถไฟไปภาคเหนือของญี่ปุ่น  หากจะเปรียบกับไทยก็คงคล้ายสวนจตุจักรที่เป็นที่พักผ่อนของคนกรุงเทพในด้านเหนือนั่นเอง   วันที่ไปก็ไม่ใช่เสาร์-อาทิตย์แต่เป็นวันธรรมดา  แต่บรรยากาศกลับคลาคล่ำด้วยฝูงชนนับหมื่น  ตั้งแต่อายุสักหนึ่งขวบจนจวบร้อยปี  ทุกคนเดินเข้ามาด้วยความกระตือรือร้น  ยิ้มแย้มอย่างมีความสุข  หอบลูกจูงหลาน  คนที่มีอาหารการกินก็ปูเสื่อหาที่ทางใต้ต้นซากุระนั่งปิกนิกเฮฮาให้เห็นกันอย่างน่าอิจฉา   ผมเห็นคนหนุ่มกลุ่มหนึ่งพร้อมที่นอนผ้าห่ม  ดูจะมานอนเอาบรรยากาศกันตั้งแต่เมื่อวาน    เมื่อเห็นคนมีความสุข  ใจเราก็มีความสุขตามไปด้วย

ความสวยงามของดอกซากุระเป็นสีสันที่น่าตื่นตาตื่นใจ  เพราะไม่ใช่เพียงต้นสองต้น  ไม่ใช่ร้อยต้น  แต่เป็นพันๆต้นในหนึ่งสวนสาธารณะ  เป็นหมื่นเป็นแสนต้นทั่วเกาะญี่ปุ่น   และเบ่งบานให้เห็นสวยงามพร้อมกันอย่างเหลือเชื่อ   แต่ความอัศจรรย์ใจที่ยิ่งกว่านั้น คือ วินัยของผู้คนที่มาพักผ่อนในสวนสาธารณะ    ที่ช่วยกันรักษาสาธารณะสมบัติ  ไม่พบรอยขีดรอยเขียนประกาศศักดาเช่นที่เราพบในไทย  ช่วยกันเก็บกวาดรักษาความสะอาดหลังจากนั่งดื่มกิน  เก็บขยะและแยกขยะตามประเภทเพื่อความสะดวกในการกำจัดหรือนำไปแปรรูป  และที่ยิ่งใหญ่ที่สุด  คือ  ไม่มีใครสักคนที่เอื้อมมือไปเก็บดอกซากุระเพื่อเอาไปชื่นชมคนเดียว  หรือนำไปฝากคนทางบ้าน

ผมเห็นคนญี่ปุ่น  ใช้กล้องดิจิตอลที่พกพามา หามุมบันทึกดอกซากุระบางช่อที่อยู่ใกล้มืออย่างระมัดระวัง  กลัวแม้กระทั่งหน้าเลนส์จะไปกระทบกลีบดอก    ระมัดระวังแม้กระทั่งลมหายใจจะไปก่อความรำคาญให้ดอกซากุระ   ผมคุยกับเด็กที่ไปด้วยว่า  หากเป็นเมืองไทยอย่าว่าดอกใกล้มือเลย   ถึงเป็นดอกที่อยู่บนต้นสุดที่มือไขว่ถึง  พี่แกก็คงปีนป่ายขึ้นไปเด็ดเพื่อเอามาเป็นเจ้าของ  หรือขอเอาไปฝากให้คนทางบ้านดูสักดอกสองดอกเป็นแน่    ดูอย่างงานพืชสวนโลกที่เชียงใหม่ไง  มีข่าวรายงานความเสียหายให้ฟังได้ทุกวัน

มหัศจรรย์แห่งผู้คนญี่ปุ่น คือ ความมีวินัย  การเห็นประโยชน์ส่วนรวม  และความเอาจริงเอาจังในการทำให้เกิดความสำเร็จตามสิ่งที่มุ่งมั่นปรารถนา 

ผมเดินอยู่ในสวนประมาณสองชั่วโมง  พิสูจน์ได้ว่าความเชื่อที่ผมคิดเป็นจริง  เพราะทุกคนชื่นชมกับดอกซากุระที่อยู่บนต้น  ไม่คิดครอบครองเป็นของส่วนตัว  แถมยังทะนุถนอมอย่างที่สุด  เพื่อประโยชน์และส่งมอบความสุขให้แก่คนที่จะมาชมในวันถัดไป

มาถึงจุดนี้   ผมจึงถึงบางอ้อว่า  หลักการของการควบคุมคุณภาพทั่วทั้งองค์การ (TQM : Total Quality Management)  ที่ญี่ปุ่นเอาไปใช้อย่างจริงจังในการผลิตจนกลายเป็นยักษ์ใหญ่ในแวดวงอุตสาหกรรมและเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจโลก  ก็มีพื้นฐานมาจากนิสัยใจคอของผู้คนญี่ปุ่นนี่เอง

หลัก TQM  ข้อหนึ่งบอกว่า  ต้องให้ความสำคัญต่อการบริการลูกค้า  (Customer Service) ทั้งนอกและในองค์การ  โดยลูกค้าในองค์การหมายถึงคนที่รับงานต่อเนื่องจากงานที่เราทำ   การบริการที่ดีจึงหมายถึงการส่งมอบงานที่ดีที่ทำเสร็จให้แก่เพื่อนร่วมงานในสายการผลิต หรือในขั้นตอนการทำงานที่ต่อจากเราด้วย

เมื่อเรามอบสิ่งที่ดีให้เพื่อน  เพื่อนมอบสิ่งที่ดีให้เรา  ทุกคนมอบสิ่งที่ดีให้กันและกัน   ทุกสิ่งทุกอย่างในองค์การในสังคมก็จะเป็นสิ่งที่ดีงาม  เป็นความสำเร็จ  เป็นคุณภาพอย่างปราศจากข้อกังขา

ต้นซากุระ  ปลูกในบ้านเราไม่ได้ เพราะภูมิอากาศแตกต่างกัน

แต่ผมเชื่อว่า  เราสามารถร่วมกันปลูกต้นไม้นี้ได้ในใจคน

(เมษายน 2550)

1 ความเห็น

  1. งานเขียนเล็กๆชิ้นนี้ เขียนไว้เมือเมษายน 2550 ตอนที่ไปโตเกียวยามซากุระบานสะพรั่ง จึงถ่ายทอดความรู้สึกปลื้มปิติที่มีต่อธรรมชาติและผู้คน มาไว้ในบทความสั้นๆนี้

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s